บีย่า งงกับตอร์เหลือเกิน

บียางง “ตอร์” ไม่ย้าย แฉบอกจะไปเชลซี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2553 17:16 น.
ดาบิด บียา

ดาบิด บียา ดาวยิง บาร์เซโลนา ชี้ ลิเวอร์พูล ได้รับโอกาสสุดท้ายในการรั้งตัว เฟร์นานโด ตอร์เรส เพื่อนร่วมทีมชาติสเปน เจ้าตัวตัดสินใจปักหลักถิ่น แอนฟิลด์ ต่อไป ย้ำแปลกใจ เพราะคุยกันแล้วว่าจะย้ายไปอยู่กับ เชลซี จากการตีข่าวของ “เดลี สตาร์”

หลังจากคว้าแชมป์โลก 2010 กับทีมชาติสเปน ตอร์เรส ตัดสินใจค้าแข้งในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล ต่อไป แม้ว่าจะล้มเหลวไม่เคยสัมผัสแชมป์รายการใดเลย นับตั้งแต่ย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด เมื่อปี 2007 กำลังจะกลับมาฝึกซ้อมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ที่จะเปิดฉากในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ทำให้ บียา ที่ย้ายจาก บาเลนเซีย ร่วมค่าย บาร์เซโลนา รับประหลาดใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของเพื่อนร่วมชาติ “ผมแปลกใจเล็กน้อย ตอร์เรส เลือกอยู่กับ ลิเวอร์พูล ต่อไป ผมคุยกับเขาตอนฟุตบอลโลก และคิดว่าจะย้ายไป เชลซี อาจจะเพราะเจรจาค่าตัวกันไม่ได้ หากไม่เป็นเช่นนั้นการย้ายทีมต้องเกิดขึ้นแน่นอน”

“ตอนนี้ ลิเวอร์พูล มีโอกาสสุดท้ายที่จะได้รั้ง ตอร์เรส เอาไว้ ดังนั้น จะต้องพิสูจน์ให้เห็นในฤดูกาลนี้ว่ามีศักยภาพในการลุ้นแชมป์ ถ้าหากว่าปิดฤดูกาลแบบมือเปล่า ผมแน่ใจว่าเขาจะย้ายไป เชลซี ในช่วงซัมเมอร์หน้าแน่นอน” หอกวัย 28 ปี กล่าวในท้ายที่สุด

ลิเวอร์พูล คว้าอันดับ 7 พรีเมียร์ชิป เมื่อปีที่แล้ว ทำให้วืดลุยศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ช่วงซัมเมอร์นี้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือจาก ราฟาเอล เบนิเตซ เป็น รอย ฮอดจ์สัน คว้านักเตะมาเสริมทัพแล้วทั้ง มิลาน โยวาโนวิช, โจ โคล และ แดนนี วิลสัน

รวมดาราไทยพรีเมียร์ลีก โดนยำ

“ซิเมา” ปิดกล่อง “หมี” ยำดาราไทยลีก 3-0

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2553 19:00 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ซาลวิโอ ทำประตูแรกให้ ตราหมี
ฆูราโด เบียดกับ เซียกา
ซิเมา ซาโบรซา ปีกทีมชาติโปรตุเกสลงสนามครึ่งหลังช่วยยิงประตูปิดกล่องให้ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด เอาชนะ ทีมรวมดาราไทยพรีเมียร์ลีก 3-0 ในกาแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ “พีทีที ไทยแลนด์ อินวิเทชั่น 2010” เมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(1 ส.ค.)

การแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ “พีทีที ไทยแลนด์ อินวิเทชั่น 2010” ระหว่างทีมออลสตาร์ไทยพรีเมียร์ลีก พบกับทีม “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ยอดทีมแห่งลาลีกา สเปน ณ สนามราชมังคลกีฬาสถาน เมื่อเวลา 17.00 น. ในวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2553

โดย ทีมรวมดาราไทยพรีเมียร์ลีกมาในชุดเสื้อฟ้ากางเกงขาว “เดอะ ตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน กุนซือเฉพาะกิจส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามไล่ตั้งแต่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล จาก ชลบุรี เอฟซี เฝ้าเสา ด้าน ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ เซนเตอร์จาก เมืองทอง-หนอกจอก ยูไนเต็ด เป็นกัปตันทีม แดนกลาง ดัสกร ทองเหลา มิดฟิลด์ ทีมชาติไทยบัญชาเกม ขณะที่ “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ยืนกองหน้าตัวเป้า

ทางฝั่ง แอตเลติโก มาดริด แชมป์ ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2009-2010 มาในชุดเก่งเสื้อแดง-ขาว กิเก ฟลอเรส ซานเชซ หัวหน้าโค้ช ส่งโทมัส อูจ์ฟาลูซี ปราการหลังชาว เช็ก ลงขันเกมรับร่วมกับ อันโตนิโอ โลเปซ แบ็กซ้ายกัปตันทีม ด้านกองกลางมี ราอูล การ์เซีย ประสานงานกับ ฟราน เมริดา อดีตนักเตะ อาร์เซนอล ส่วนกองหน้าเป็น ดีเอโก คอสตา และ โฆเซ ฆูราโด ขณะที่ ซิเมา ซาโบรซา ปีกทีมชาติ โปรตุเกส ยังนั่งเป็นตัวสำรองก่อน

เริ่มเกมมาเพียง 2 นาทีเป็นทีมรวมดาราไทย พรีเมียร์ลีก ได้จังหวะก่อนเมื่อ ธีรศิลป์ ดาวยิงจาก เมืองทองฯ ยูไนเต็ด กระชากบอลจาก 30 หลาเข้าไปกดด้วยซ้าย แต่ ดาบิด เด เคีย นายด่าน “ตราหมี” ปัดออกหลังไปได้ ก่อนที่ทีม แอต.มาดริด จะได้ประตูออกนำในนาทีที่ 16 เมื่อเล่นทำชิ่งกันอย่างสวยงามให้ ฟราน เมริดา หลุดไปถึงเส้นหลังบริเวณกรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนตวัดเข้ากลางมาให้ เอดูอาร์โด ซัลวิโอ นักเตะดาวรุ่งชาว อาร์เจนไตน์สอดขึ้นมาแปง่ายๆให้ทีมขึ้นนำ 1-0

ถัดมาอีก 10 นาที ทีมดังจาก สเปน ได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 เมื่อ อิกนาซิโอ คามาโช ขึ้นโหม่งลูกเตะมุมจากแถวสองมาหน้าปากประตูให้ อัลบาโร โดมิงเกซ เซนเตอร์ฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยซ้ายเข้าประตูไปหมดสิทธิ์ที่ สินทวีชัย จะป้องกันได้ หลังจากนั้นในนาทีที่ 28 ทีมรวมดาราไทยพรีเมียร์ลีกเปลี่ยนเอา จอร์จี มาคูดิเซ ปีกขวาจาก ทีโอที-แคท เอฟซี ออกและส่ง สมเจตร สัตบุษ ศูนย์หน้าของ ราชนาวี-ระยอง หมายให้ลงมาทวงประตูคืน ก่อนส่ง เทิดศักดิ์ ใจมั่น จาก “ฉลามชล” ลงมาเล่นแทน ภูริทัต จาริกานนท์ เพื่อนร่วมสโมสร

ทว่าเกมของทีมรวมดาราไทยพรีเมียร์ลีกยังไม่ดีขึ้น โดยก่อนหมดเวลาครึ่งแรก 2 นาที โค้ช ปิยะพงษ์ ส่ง “โจ้ 5 หลา” ศรายุทธ ชัยคําดี จาก การท่าเรือไทย เอฟซี ลงมาเล่นแทน ธีรศิลป์ ก่อนที่ผู้ตัดสิน ชัยยะ มหาปราบ จะเป่าหมดเวลาครึ่งแรก “ตราหมี” นำ 2-0

เริ่มครึ่งหลัง รวมดาราไทยพรีเมียร์ลีก กวิน ธรรมสัจจานนท์ ลงมาเฝ้าเสาแทนที่ สินทวีชัย และส่ง รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค จาก บุรีรัมย์-พีอีเอ ลงมายืนแบ็คซ้ายแทน อนุชา กิจพงษ์ศรี โดยเพียงแค่นาทีที่ 46 ศรายุทธ ลักไก่ยิงมุมแคบจากกรอบเขตโทษด้านขวา เกือบเสียบตาข่ายแต่เป็น เด เคีย ปัดออกหลังไป

จากนั้นในนาทีที่ 52 ฝั่งไทยจะเปลี่ยนตัวอีกครั้งเมื่อให้ ไมเคิล เบิร์น ดาวเตะตัวใหม่ของ บางกอกกลาส ลงมาเล่นแทน ดัสกร ทองเหลา และให้ สันติ ไชยเผือก จาก พัทยา ยูโนเต็ด ลงมาแทน คริสเตียน คัวคู ก่อนที่ แอต.มาดริด จะเปลี่ยน โจเอล โรเบลส ผู้รักษาประตูสำรองลงมาเล่นแทน เด เคีย

และแล้วในนาทีที่ 62 แฟนบอลซึ่งเข้ามาในสนามอย่างบางตาได้ฮือฮากันเมื่อ ซิเมา ซาโบรซา ปีกทีมชาติ โปรตุเกส ชุด ฟุตบอลโลก 2010 ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามาเล่นแทน ฆูราโด จากนั้น 6 นาที “โค้ชตุ๊ก” เปลี่ยน โคเน เซย์ดู เซนเตอร์จาก บุรีรัมย์ฯ ลงมาเล่นแทน ภานุพงศ์ วงศ์ษา

ก่อนที่ในนาทีที่ 72 ฟลอเรส ซานเชซ จะส่ง เฟลิเป หลุยส์ ดาวรุ่งชาว สเปน ลงมาเล่นแทน อัลบาโร โดมิงเกซ ผู้ทำประตูที่สอง จากนั้น 8 นาที ฟราน เมริดา มีโอกาสปั่นฟรีคิ้กด้วยเท้าซ้ายจากกรอบเขตโทษด้านขวาลูกข้ามคานออกไปไม่ไกล กระทั่งนาทีที่ 84 แอต.มาดริด ได้ประตูที่ 3 จนได้เมื่อ โคเน่ โหม่งสกัดลูกเปิดจากริมเส้นไม่ดีไปเข้าทาง ซิเมา บริเวณจุดโทษตะบันเต็มข้อเข้าไปเป็น 3-0 ก่อนที่ วีระ เกิดพุดซา นายด่านจาก แบ็กคอก ยูไนเต็ด จะลงมาเล่นแทน กวิน จากนั้นเวลาทีเหลือสองทีมทำอะไรเพิ่มไม่ได้ ครบ 90 นาที แอต.มาดริด เอาชนะไปได้ 3-0

ก่อนที่ในวันจันทร์ที่ 2 ส.ค. ดาวเตะ “ตราหมี” จะเปิดคลีนิกสอนฟุตบอลให้แก่เยาวชนไทยที่ ราชมังคลากีฬาสถาน ในเวลา 10.30 น. รวมถึงเดินทางเข้าพบ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 16.30 น. ก่อนเดินทางกลับบ้านต่อไป

สำหรับ 11 คนแรกของ แอต.มาดริด ประกอบ ด้วย ผู้รักษาประตู ดาบิด เด เคีย กองหลัง โทมัส อูจ์ฟาลูซี, หลุยส์ เปเรอา, อัลบาโร โดมิงเกซ, อันโตนิโอ โลเปซ (กัปตันทีม) กองกลาง อิกนาซิโอ คามาโช, เอดูอาร์โด ซัลวิโอ, ราอูล การ์เซีย, ฟราน เมริดา กองหน้า ดีเอโก คอสตา , โฆเซ ฆูราโด

ส่วน 11 คนแรกของออลสตาร์ไทยพรีเมียร์ลีก ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู สินทวีชัย หทัยรัตนกุล กองหลัง สุทธินันท์ พุกหอม, ภานุพงศ์ วงศ์ษา, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ (กัปตันทีม), อนุชา กิจพงษ์ศรี กองกลาง ภูริทัต จาริกานนท์, ดัสกร ทองเหลา, ดานโญ เซียกา, จอร์จี มาคูดิเซ, คริสเตียน คัวคู กองหน้าตัวเป้า ธีรศิลป์ แดงดา

อีกครั้งกับ ออเรลิโอ

“ออเรลิโอ” เซ็น 2 ปีคืนหงส์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2553 03:32 น.
ออเรลิโอ กลับลิเวอร์พูล?

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตัดสินใจดึงตัว ฟาบิโอ ออเรลิโอ ฟูลแบ็กชาวแซมบ้าที่หมดสัญญาไปแล้วกลับคืนถิ่นแอนฟิดล์อีกครั้ง พร้อมเซ็นสัญญาเป็นเวลา 2 ปี หลังจากทีมไม่สามารถซื้อผู้เล่นตำแหน่งแบ็กตัวใหม่ได้

ออเรลิโอ เพิ่งถูกปล่อยตัวจากถิ่นแอนฟิดล์ในซัมเมอร์นี้ หลังการต่อสัญญาฉบับใหม่ล้มเหลว เนื่องจากฟูลแบ็กวัย 30 ปีมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอย่างต่อเนื่องจนฤดูกาลที่แล้วได้ลงเล่นเป็นตัวจริง เพียง 8 นัด แต่หลังจากเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์ ออเรลิโอ ยังไม่สามารถหาต้นสังกัดใหม่ได้

ด้าน ลิเวอร์พูล หลังจากเสีย ออเรลิโอ รวมถึงมีการขาย เอมิเลียโน อินซัว ฟูลแบ็กอาร์เจนไตน์ไปให้ ฟิออเรนตินา ก็ยังหานักเตะคนใหม่มาแทนที่ไม่ได้ แม้ตกเป็นข่าวกับนักเตะหลายคน อาทิ เมย์เนอร์ ฟิเกรัวของวีแกน พอล คอนเชสกีของฟูแลม หรือ ลุก ยังของแอสตัน วิลลา

ล่าสุด ลิเวอร์พูล ออกมายืนยันว่าได้เซ็นสัญญากับ ออเรลิโอ อีกครั้งเป็นเวลา 2 ปี หลังจากนักเตะแสดงให้เห็นถึงความฟิตจนเป็นที่ประทับใจของ รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมคนใหม่

“ผมถามสโมสรให้ดูซิว่า ฟาบิโอ หาสโมสรใหม่ได้หรือยัง เมื่อพบว่าเขายังไม่มีต้นสังกัดใหม่ เราเชิญเข้ามายังสนามซ้อมที่เมลวูดเพื่อให้ผม รวมถึงสตาฟฟ์โค้ชและแพทย์ของทีมได้ประเมินนักเตะ เราทั้งคู่ต่างประทับใจและผมยินดีที่เราเซ็นสัญญากับ ฟาบิโอ อีกครั้ง” ฮอดจ์สัน เปิดเผ่านทางเวปไซต์ของ ลิเวอร์พูล

ขณะที่เดียวกัน มีรายงานข่าวว่า ลิเวอร์พูล สนใจดึงตัว สตีเวน เดอฟูร์ ห้องเครื่องชาวเบลเยี่ยมจากทีมสตองดาร์ ลีแอช มาแทนที่ ฮาเวียร์ มาสเชราโน กองกลางพันธุ์ดุชาวอาร์เจนไตน์ที่ต้องการย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน

ผลยูโรป้าลีก นัดแรกของหงส์แดง

“เอ็นก๊อก” เหมาหงส์จิก 2-0 คัดยูโรปาลีก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2553 04:13 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“โยวาโนวิช” ยินดีกับ “เอ็นก๊อก”
“เลวา” แย่งโหม่งกับ “กลิโกรอฟ”
ดาวิด เอ็นก๊อก หัวหอกดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสเบิ้ลสกอร์ช่วยให้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล บินไปจิก ราบ็อตนิคกี ถึงมาซิโดเนีย 2-0 ในศึกฟุตบอล ยูโรปา ลีก คัดเลือกรอบที่สาม นัดแรก ประจำคืนวันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2553

รอย ฮอดจ์สัน ประเดิมคุมทัพ ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลงสนามอย่างเป็นทางการในศึกฟุตบอลยูโรปา ลีก ประจำฤดูกาล 2010/11 โดยเกมคัดเลือกรอบที่สาม นัดแรก “หงส์แดง” ใช้ผู้เล่นที่ฟิตกลับมาจากฟุตบอลโลก 2010 อย่าง มาร์ติน สเคอร์เทล, โซติริออส คีร์เกียกอส, ดาเนียล แอ๊กเกอร์, มิลาน โยวาโนวิช รวมถึงทีมชุดใหญ่ทั้ง อัลแบร์โต อาควิลานี, ลูคัส เลวา และ ดาวิด เอ็นก๊อก ลงประคองดาวรุ่งที่ได้โอกาสอย่าง มาร์ติน เคลลี ลงสนามนัดเยือน ราบ็อตนิคกี

เริ่มเกมการแข่งขัน ลิเวอร์พูล ค่อยๆ เดินเกมไม่ผลีผลาม ถึงนาทีที่ 17 “หงส์แดง” ก็เบิกประตูนำ 1-0 จากจังหวะที่ ลูคัส เลวา งัดบอลไปหน้าประตูอย่างเหมาะเจาะให้ ดาวิด เอ็นก๊อก วิ่งแซงกองหลังคู่แข่งหลุดเข้าไปซัดบอลผ่านมือ มาร์ติน โบกาตินอฟ นายทวารเจ้าถิ่นเข้าซุกก้นตาข่าย จากนั้น ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่า ราบ็อตนิคกี แต่ยิงเพิ่มไม่ได้เมื่อจบครึ่งแรก

ลงมาลุยต่อครึ่งหลัง ทีมดังจากอังกฤษยังเล่นได้เหนือกว่า ทว่านาทีที่ 55 วันแดร์ หัวหอกตัวเก่งของเจ้าถิ่นสลัดหนีการประกบของ โซติริออส คีร์เกียกอส เข้าไปยิงแต่บอลหลุดกรอบ ดีเอโก คาวาเลียรี นายทวารบราซิเลียนของ “หงส์แดง” จึงยังไม่ต้องออกแรงมากนัก อย่างไรก็ตาม อีกสี่นาทีถัดมา สกอร์ก็ไหลเป็น 2-0 เมื่อ มาร์ติน เคลลี เติมเกมบุกขึ้นมาก่อนเปิดบอลไปหน้าประตูให้ เอ็นก๊อก วอลเลย์ตามน้ำเข้าไป ท้ายเกม ลิเวอร์พูล ประคองตัวเก็บชัยสบายเท้า ก่อนไปเล่นแมตช์สองที่แอนฟิลด์ คืนวันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคมต่อไป

ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นที่น่าสนใจ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ทีมดังแห่งเซเรีย อา อิตาลี บุกเอาชนะ แชมร็อค โรเวอร์ส สโมสรหัวแถวลีกไอร์แลนด์ 2-0 ได้ อเมารี คาร์วัลโญ เหมาไปในนาทีที่ 3 และ 75 ขณะที่ “ม้าขาว” สตุดการ์ท จากบุนเดสลีกา เยอรมนี บุกเฉือน โมลด์ ถึงนอร์เวย์ 3-2 โดยทีมเยือนได้จาก เซบาสเตียน รูดี, ซดราฟโก คุซมาโนวิช และ มาร์ติน ฮาร์นิค

แชมป์สนุ้กเกอร์แสงโสม 6 แดง

“เซลบี” สยบ “วัลเดน” ซิวแชมป์แสงโสม 6 แดง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กรกฎาคม 2553 18:36 น.
 
“เซลบี” คว้าแชมป์แสงโสม 6 แดงปีนี้

       มาร์ค เซลบี นักสอยคิวชาวอังกฤษผงาดคว้าแชมป์แสงโสม สนุกเกอร์ 6 แดง เวิลด์ แชมเปียนชิป ประจำปี 2010 ไปครอง หลังทิ่มเอาชนะ ริคกี วัลเดน เพื่อนร่วมชาติ 8-6 เฟรม เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา
       
        ศึกสอยคิว “แสงโสม สนุกเกอร์ 6 แดง เวิลด์ แชมเปียนชิป” ครั้งที่ 3 ประจำปี 2010 ชิงเงินรางวัลรวม 6 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 19-24 กรกฎาคม 2553 ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ พระราม 3 เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2553 เดินทางมาถึงการดวลแม่นรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง มาร์ค เซลบี กับ ริคกี วัลเดน สองนักสอยคิวชาวอังกฤษ ในระบบ 8 ใน 15 เฟรม
       
        ปรากฏว่า มาร์ค เซลบี เป็นฝ่ายขึ้นแท่นออกนำห่าง 7-3 เฟรม แต่ปิดเกมไม่ได้โดน วัลเดน มีฮึดค่อยๆ แทงไล่มาเหลือ 6-7 เฟรม อย่างไรก็ตาม ในเฟรมที่ 14 วัลเดน มาพลาดช่วงกลางเฟรม เซลบี ไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือออกมาสอยเอาชนะได้ 8-6 เฟรม 60-7, 64 (63)- 0, 7-47, 54-5, 1-41, 39-27, 6-39, 71 (71)- 0, 42-30, 44-4, 0-62 (58), 9-41, 12-40 และ 56-17 คว้าถ้วยรางวัลพร้อมเงินรางวัลไป 2 ล้านบาท ขณะที่ วัลเดน อดีตแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2008 ได้เงินปลอบใจ 8 แสนบาท
       
        ภายหลังการแข่งขัน เซลบี ออกมาให้สัมภาษณ์ยกเครดิตให้คู่แข่ง “ก่อนอื่นผมขอแสดงความยินดีกับ ริคกี (วัลเดน) ที่สามารถผ่านเข้าชิงชนะเลิศรายการได้อีกครั้ง ส่วนผมดีใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถขึ้นมาครองแชมป์ได้ ต้องขอขอบคุณแฟนๆ ที่ตามมาชมเข้ามาเชียร์กันแน่นขนัดในทุกวัน ซึ่งก็หวังว่าผมจะได้กลับมาป้องกันแชมป์ในปีหน้า”
       
       ด้าน นายสินธุ พูนศิริวงศ์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย และประธานสมาพันธ์กีฬาบิลเลียดแห่งเอเชีย กล่าวเป็นการทิ้งท้าย “ปีนี้ถือว่าเราประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากมีแฟนๆ กีฬาเข้ามาดูกันแน่นทุกวัน อีกทั้งนักสอยคิวระดับโลกก็มาร่วมการแข่งขัน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักสนุกเกอร์ไทยจะต่อกรด้วย อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้เด็กของเราตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมให้หนักกันต่อไป เพื่อยกระดับตัวเองขึ้นไปสู้กับมืออาชีพ มือระดับโลกได้ในอนาคต”

นักสนุ้กไทย พ่ายเรียบ

ไร้เงาคิวไทย รอบ 8 คนแสงโสม 6 แดง ดูวีดีโอประกอบจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 กรกฎาคม 2553 00:42 น.
 
       นักสอยคิวชาวไทยทั้ง 7 คนถึงคราวสิ้นลาย หลังพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งตกรอบเรียบวุธ ไม่เหลือรอดเข้าไปในรอบ 8 คนสุดท้ายของรายการ “แสงโสม สนุกเกอร์ 6 แดง เวิลด์ แชมเปียนชิป 2010” แม้แต่รายเดียว
“แชมป์เก่า” จิมมี ไวท์ ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย

       ศึกสอยคิว “แสงโสม สนุกเกอร์ 6 แดง เวิลด์ แชมเปียนชิป” ครั้งที่ 3 ประจำปี 2010 ชิงเงินรางวัลรวม 6 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 19-24 กรกฎาคม 2553 ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ พระราม 3 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันรอบน็อกเอาท์ ซึ่งมีนักสอยคิวชาวไทยผ่านเข้ามาถึง 7 จาก 8 คนที่ลงชิงชัยรายการนี้ โดยวันนี้ดวลกันในรอบ 32 คนสุดท้าย ต่อด้วยรอบ 16 คนสุดท้าย ระบบ 6 ใน 11 เฟรม
       
        เริ่มที่ “แจ๊ค เชียงใหม่” สุพจน์ แสนหล้า อดีตแชมป์เอเชียและเหรียญทองซีเกมส์ “เวียงจันทน์เกมส์” พ่าย เจมี โจนส์ (เวลส์) ไปก่อน 3-6 เฟรม จากนั้น “หมู ปากน้ำ” นพพล แสงคำ แชมป์เยาวชนสมัครเล่นโลกจัดการปราบ ปีเตอร์ เอ็บดอน (อังกฤษ) 6-4 เฟรม เข้ารอบ 16 คนสุดท้ายก่อนจอดป้ายหลังจากถูก โจ เพอร์รี (อังกฤษ) สอยร่วง 6-4 เฟรม
       
        ด้าน “เอฟ นครนายก” เทพไชยา อุ่นหนู ดีกรีแชมป์โลกสมัครเล่นปี 2008 เอาชนะ ไนเจล บอนด์ (อังกฤษ) อย่างเหนือชั้น 6-2 เฟรม ทว่ากลับพ่าย แบร์รี ฮอว์กินส์ (อังกฤษ) แบบฉิวเฉียด 5-6 เฟรม หยุดเส้นทางที่รอบ 16 คน ขณะที่ “หนู ดาวดึงส์” นพดล นภจร ต้านทานความคมของ จิมมี ไวท์ แชมป์เก่าเลือดผู้ดีไม่ไหวแพ้ไป 2-6 เฟรม
       
        ในส่วนของศึกสายเลือดระหว่าง “อิศ จันท์” อิศรา กะไชยวงศ์ ดีกรีแชมป์เอเชียคนล่าสุด พบ “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” รัชพล ภู่โอบอ้อม อดีตนักสนุกเกอร์ระดับหัวแถวของโลกเป็นไปอย่างสูสี ก่อนที่ “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” จะอาศัยความเก๋าเบียดคว้าชัย 6-5 เฟรม เข้าไปดวลกับ ริคกี วัลเดน (อังกฤษ) ในรอบ 16 คน ทว่าสุดท้ายพ่าย 4-6 เฟรมจอดป้ายเช่นกัน
       
        รายสุดท้าย “กร นครปฐม” ภาสกร สุวรรณวัฒน์ รองแชมป์สมัครเล่นโลกปี 2007 สยบ สจวร์ต บิงแฮม (อังกฤษ) ไปก่อน 6-4 เฟรมในรอบ 32 คน แต่ก็ไปไม่รอดอีกราย เมื่อโดน เจมี โคป (อังกฤษ) พิฆาต 6-2 เฟรม ตกรอบ 16 คน เท่ากับว่าในรอบ 8 คนสุดท้ายไม่มีนักสอยคิวไทยหลุดรอดเข้าไปเลยแม้แต่รายเดียว
       
        สำหรับในวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคมนี้จะเป็นการดวลคิวในรอบ 8 คนสุดท้าย ต่อด้วยรอบรองชนะเลิศ แข่งในระบบ 7 ใน 13 เฟรม ซึ่งการประกบคู่ในรอบ 8 คนสุดท้าย (เริ่มแข่งขันเวลา 10.00 น.) มีดังต่อไปนี้
       
        มาร์ค เซลบี (อังกฤษ) พบ โจ เพอร์รี (อังกฤษ)
        แบร์รี ฮอว์กินส์ (อังกฤษ) พบ จิมมี ไวท์ (อังกฤษ)
        ไมเคิล โฮลท์ (อังกฤษ) พบ ริคกี วัลเดน (อังกฤษ)
        เจอร์ราร์ด กรีน (ไอร์แลนด์เหนือ) พบ เจมี โคป (อังกฤษ)

ลาก่อน ยาย่า แห่งเมืองทองยูไนเต็ด

Good Bye นัมเบอร์วันไทยลีก ‘ซูมาโฮโร ยาย่า’

Pic_98479

เป็นอีกเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งสำหรับวงการลูก หนังไทย ที่จะไม่ได้เห็นนักเตะต่างชาติฝีเท้าดีอย่าง”ซูมาโฮโร ยาย่า” ซูเปอร์สตาร์อันดับต้นๆของ “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เพราะหลังจากนี้ ชื่อของนักเตะวัย 20 ปี จากไอวอรีโคสต์ จะเป็นเพียงตำนานของวงการฟุตบอลไทย…

โดยเฉพาะการแข่งขัน ไทยพรีเมียร์ลีก ที่จะไม่เห็นเพลย์เมกเกอร์คนสำคัญ เจ้าของเบอร์เสื้อ “หมายเลข 24” ของทีมเมืองทองฯ ลงสนามอีกต่อไปแล้ว เพราะ “ยาย่า” ตัดสินใจย้ายฟ้าผ่า บินร่วมทัพ “เคเอเอ เกนท์” รองแชมป์ลีกสูงสุดของเบลเยียม ด้วยการทุบสถิติค่าตัวที่มากถึง 20 ล้านบาท อีกทั้งยังได้มีโอกาสลงเล่นในศึก ยูโร ปา ลีก อีกด้วย

รณฤทธิ์ ซื่อวาจา

ด้านนายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา หรือเสี่ยเป้ ผู้จัดการทั่วไปของสโมสรเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด เปิดเผยกับ “ไทยรัฐออนไลน์” ว่า “ซูมาโฮโร ยาย่า” ถือเป็นความมหัศจรรย์ของวงการฟุตบอลไทย เพราะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดเท่าที่ไทยลีกเคยมีมาเลยก็ว่าได้ ด้วยอายุเพียง 17 ปี เขาก็สามารถเริ่มพิสูจน์ให้สโมสรได้เห็นถึงความสามารถและทักษะการเล่นฟุตบอล ของตัวเขา ทางสโมสรจึงได้ดึงตัวเขาตั้งแต่ยังเล่นอยู่ในลีกดิวิชั่น 1 ซึ่งทางสโมสรเปรียบ “ยาย่าเหมือนกับเพชรเม็ดหนึ่งที่พร้อมจะเจียระไนให้สวยงาม”

เสี่ยเป้ เล่าย้อนไปว่า สมัยที่ “ยาย่า” เข้ามาเล่นให้กับทีมแรกๆ นั้น จะได้ลงแข่งขันน้อยมาก เนื่องจากตัวเขามักจะมีปัญหาเรื่องเจ้าอารมณ์ เวลาลงแข่งขันแต่ละครั้งก็จะต้องโดนตักเตือนบ้าง ใบเหลืองบ้าง และใบแดง สม่ำเสมอ ซึ่งทางสโมสรก็พยายามพัฒนา “ยาย่า” และเลี้ยงดูเขาให้เหมือนกับว่าเขาเป็นคนในครอบครัว ค่อยๆ พัฒนาทักษะ ทั้งทางการเล่นฟุตบอล ทักษะทางด้านจิตใจและอารมณ์ จนในที่สุด ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน “ยาย่า” ลงสนามแข่งขันแทบทุกเกม จนนึกไม่ออกว่ามีนัดใดบ้างที่ไม่มีนักเตะคนนี้เท้าไม่ได้แตะพื้นสนาม

“ด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วน บวกกับอายุก็เพิ่งแตกเนื้อหนุ่ม วัยเพียงแค่ 20 ปี เป็นผู้เล่นด้านซ้าย มีความเร็ว และแข็งแกร่ง พร้อมเสมอกับการผ่านบอลและยิงประตูได้ดี ปรับตัวเข้ากับเกม และสภาพแวดล้อมได้ตลอด  จนกระทั่งความสามารถของเขาไปเตะตาแมวมอง และนับเป็นครั้งแรกที่มีแมวมองบินมาดูนักเตะไทยในระดับฟุตบอลสโมสรถึง 3 ครั้ง ปกติแล้วเรามีแต่จะต้องส่งนักเตะออกไปอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งหมดนี้เท่ากับว่า “ยาย่า” ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพว่า นักฟุตบอลจากลีกในประเทศไทยมีคุณภาพมากแค่ไหน ซึ่งถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการลูกหนังไทยอย่างมาก”

ผู้ จัดการทั่วไปทีมเมืองทองฯ ระบุอีกว่า นับเป็นอีกหนึ่งก้าวความสำเร็จของสโมสรเมืองทองฯ ที่ได้มีโอกาสปั้นและขัดเกลาฝีไม้ลายเท้าเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ที่เริ่มเติบโตจากเจเอ็มจี อะคาเดมี ในประเทศไอวอรีโคสต์ แล้วนำมาปลุกปั้นให้เป็นที่โด่งดังในประเทศไทย ในฐานะตัวแทนของสโมสร รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาให้วงการลูกหนังไทยพรีเมียร์ลี กเติบโตขึ้น และประสบความสำเร็จขั้นหนึ่ง เพราะ “ยาย่า” เป็นนักเตะที่แฟนบอลชาวไทยยอมเสียเงินค่าตั๋ว เพื่อมาดูการเล่นของเจ้าหนูมหัศจรรย์รายนี้แบบล้นสนามเกือบทุกครั้ง

“เป้า หมายของเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ไม่ได้หยุดเพียงแค่การขึ้นเป็นแถวหน้าของวงการฟุตบอลไทยลีกเพียงเท่านี้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องการเป็นหนึ่งในทีมระดับแถวหน้าของเอเชีย ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการมากที่สุดคือ การยกระดับตัวนักเตะให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปมากกว่านี้ ซึ่ง “ยาย่า” ก็เป็นนักเตะคนหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นแล้ว

แฟนๆ ลูกหนังของทีมอุลตราเมืองทอง ยังมีโอกาสที่จะได้ชื่นชมในสปิริตและความสามารถของ “ซูมาโฮโร ยาย่า” ได้อีกหนึ่งครั้ง ในแมตซ์การแข่งขันที่เรียกได้ว่าเป็นคู่บิ๊กแมตซ์เลยก็ว่าได้ ระหว่าง “กิเลนผยอง” เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ที่จะไปเยือน “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ค.นี้ เพราะถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกมสำคัญ และลุ้นด้วยว่าในอนาคตทีมใดจะอยู่ในอันดับหนึ่งของตาราง และคว้าถ้วยแชมป์ไปครอบครอง รวมทั้งแมตซ์นี้ยังเป็นการสวมเสื้อ “กิเลนผยอง” เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ครั้งสุดท้าย ของ “ซูมาโฮโร ยาย่า” อีกด้วย

สำหรับ แฟนๆ คนใดที่ยังคิดถึงและอยากใกล้ชิดกับ “ซูมาโฮโร ยาย่า” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ขอเอาใจแฟนบอลอีกครั้ง ด้วยการเตรียมจัด Meet & Greet ซูมาโฮโร ยาย่า พร้อมกลุ่มเพื่อนนักเตะเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่  29 ก.ค.นี้ เวลา 17.00-20.00 น. ที่ห้อง Club Lounge ของสโมสร ก่อนที่จะต้องบินตรงสู่ประเทศเบลเยียม